คลังเก็บป้ายกำกับ: แผนที่ภาษี

ขั้นตอนหาชื่อระวางที่ดิน 1:4,000(2)

ขั้นตอนการหาชื่อระวางที่ดิน 1:4,000 เพื่อนำไปใช้คัดลอกระวางที่ดินจากสำนักงานที่ดิน

ในหัวข้อที่ผ่านมาได้กล่าวถึงขั้นตอนการหาชื่อระวางที่ดิน 1:4,000 จากกแผนที่เขตปกครองที่มีระบบพิกัดภูมิศาสตร์(จากผังเมืองฯ จังหวัด) ไปแล้วในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงการหาชื่อระวางโดยใช้แผนที่ทหารมาตราส่วน 1:50,000 โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • กำหนดขอบเขตปกครองของหน่วยงานบนแผนที่ทหารมาตราส่วน 1:50,000 ดังในรูปครับ ในที่นี้ขอบเขตการปกครองอยู่บนระวางที่ 5939II
  • จากนั้นตีเส้นกริดเพื่อกำหนดขอบเขตของระวางที่ดินมาตรส่วน 1:4,000 ครอบคลุมพื้นที่ขอบเขตการปกครอง โดยจะตีเส้นเฉพาะค่าพิกัดภูมิศาสตร์ที่เป็นเลขคู่ครับดังตัวอย่างในรูปครับ
  • จากนั้นอ่านชื่อระวางโดยการอ่านที่มุมซ้ายล่างของช่องกริดที่สร้างขึ้นครับดังในรูป ส่วน 5939 II คือชื่อระวาง 1:50,000 ครับ
ขอบคุณข้อมูลภาพตัวอย่างจาก กองวิชาการและแผนงาน เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบราชธานี อย่างสูงครับ

ขั้นตอนหาชื่อระวางที่ดิน 1:4,000

ขั้นตอนการหาชื่อระวางที่ดิน 1:4,000 เพื่อนำไปใช้คัดลอกระวางที่ดินจากสำนักงานที่ดิน

เราสามารถค้นหารายชื่อระวางได้จากแผนที่เขตปกครองที่มีระบบพิกัดภูมิศาสตร์(จากผังเมืองฯ จังหวัด) หรือแผนที่ทหารมาตราส่วน 1:50,000 แต่ในตอนนี้จะอธิบายถึงวิธีค้นหารายชื่อระวางได้จากแผนที่เขตปกครองที่มีระบบพิกัดภูมิศาสตร์ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • คัดสำเนาแผนที่เขตปกครองที่มีระบบพิกัดภูมิศาสตร์ดังในรูป
  • ตีเส้นตารางที่ค่าพิกัดที่เป็นเลขคู่ จากนั้นจะได้ตารางกริดของแผนที่ระวางที่ดินมาตราส่วน 1:4,000 ออกมาดังในรูป
  • อ่านค่าระวางที่ดินมาตราส่วน 1:4,000 ที่ต้องการ(ครอบคลุมพื้นที่เขตปกครอง) ซึ่งมีวิธีการอ่านคือ ดูค่าพิกัดที่มุมซ้ายล่างของช่องกริดที่ต้องการแล้วเขียนค่าที่อ่านได้กำกับภายในช่องโดยให้อ่านค่าพิกัด X แล้วตามด้วยค่าพิกัด Y ดังตัวอย่างในรูป
  • ทำเช่นนี้จนครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่ต้องการ จากนั้นเราจะได้ชื่อระวางที่ดินมาตราส่วน 1:4,000 ทั้งหมดโดยที่ค่าที่ได้คือชื่อ 4 ตัวท้ายที่ต่อจากชื่อระวางมาตราส่วน 1:50,000 ของแผนที่ทหารครับ เช่นชื่อระวางที่ดินมาตราส่วน 1:4,000 คือ 5830IV9096 ค่าที่อ่านได้จากสิ่งที่ทำคือ 9096 ส่วน 5830IV คือชื่อระวางมาตราส่วน 1:50,000 ของแผนที่ทหารครับ หากท่านไม่มีระวางแผนที่ทหาร ท่านสามารถหาชื่อระวางได้จากสำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน(โฉนด)ที่มีอยู่ครับ ตรงมุมซ้ายบนที่เขียนว่าระวาง…ครับ

แค่นี้ก็ได้รายชื่อระวางที่ดิน 1:4,000 แล้วครับ

ขอบคุณข้อมูลตัวอย่างจากเทศบาลตำบลมะขามเมืองใหม่ครับ

ระวางที่ดินจากสำนักงานที่ดิน,จัดทำแผนที่แม่บท

ปัจจุบันสำนักงานที่ดินจัดทำระวางทั่วประเทศในระบบพิกัดภูมิศาสตร์ โดยจัดทำระวางหลักในมาตราส่วน 1:4,000 และให้ชื่อระวางดังรูปที่ 1.

ที่มาของชื่อระวางที่ดิน เช่น 5440IV4046 คือ 5440IV มาจากชื่อระวางมาตราส่วน 1:50,000 ของกรมแผนที่ทหาร ส่วน 40 มาจากพิกัดตามแนวแกน X และ 46 มาจากพิกัดตามแนวแกน Y โดยจะใช้เฉพาะพิกัดเลขคู่เท่านั้น

รูปที่ 1 ระวางที่ดินมาตราส่วน 1:4,000

 

และในพื้นที่บริเวณเดียวกัน ถ้ามีแปลงที่ดินที่มีขนาดเล็ก ซึ่งไม่สามารถวาดแผนที่ในระวางมาตราส่วน 1:4,000 ได้ สำนักงานที่ดินก็จะสร้างระวางใหม่ ในมาตราส่วน 1:2,000 1:1,000 หรือ 1:500 ตามลำดับ ดังแสดงในรูปที่ 2, 3 และ 4 ตามลำดับ

รูปที่ 2 ระวางที่ดินมาตราส่วน 1:2,000

รูปที่ 3 ระวางที่ดินมาตราส่วน 1:1,000

รูปที่ 4 ระวางที่ดินมาตราส่วน 1:500

 

ตัวอย่างระวางที่ดิน

 

จัดทำข้อมูลภาษีบำรุงท้องที่

ข้อมูลภาษีบำรุงท้องที่ เป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญ และเป็นข้อมูลส่วนใหญ่ของภาษีของท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การบริหารส่วนตำบล เพราะภาษีส่วนใหญ่เป็นภาษีบำรุงท้องที่ ดังนั้นถ้าสามารถจัดเก็บรวบรวมข้ัอมูลภาษีบำรุงท้องที่ได้อย่างเป็นระบบ ถูกต้อง และครบถ้วน ก็เท่ากับว่าทะเบียนทรัพย์สินเกือบทั้งหมดสามารถจัดการได้

หัวใจสำคัญในการจัดทำข้อมูลทะเบียนทรัพย์สินคือ พรบ.ภาษี และระเบียบปฏิบิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการจะจัดทำข้อมูลได้นั้น ผู้จัดทำต้องทราบก่อนว่าอะไรคือข้อมูลที่ต้องการ

ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

  • ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่นรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ เพื่อให้สามารถติดตามกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงได้
  • ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของหรือผู้มีกรรมสิทธิ์
  • ข้อมูลรายละเอียดที่มีผลต่อการประเมินภาษี เช่น ขนาดพื้นที่ และการใช้ประโยชน์ เป็นต้น

เราพบว่าข้อมูลภาษีบำรุงท้องที่ส่วนใหญ่จะแสดงอยู่ในเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ยกเว้นการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งเราสามารถสอบถามได้จากเจ้าของที่ดิน และให้ดำเนินการจัดเก็บสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของ(ต้องการเลขที่ประจำตัวประชาชน) เพื่อให้สามารถดำเนินการติดตามได้กรณีเปลี่ยนแปลงที่อยู่

ขั้นตอนจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน

ขั้นตอนจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน

  1. ให้เริ่มต้นจากการทำข้อมูลทะเบียนทรัพย์สินเป็นอันดับแรก โดยจากการจัดทำข้อมูลทะเบียนทรัพย์สินที่มีอยู่(เฉพาะข้อมูลที่เก็บภาษีอยู่ในปัจจุบัน)ให้มีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เช่นการจัดเก็บและรวบรวมเอกสารต่างๆ ให้สมบูรณ์ เช่น สำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน และสำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน ในกรณีของภาษีบำรุงท้องที่ และรายละเอียดประเภทโรงเรือน การใช้ประโยชน์โรงเรือน และขนาดพื้นที่ ในกรณีภาษีโรงเรือนและที่ดิน เป็นต้น
  2. จัดหาโปรแกรมบริหารจัดการทะเบียนทรัพย์สินเพื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ เช่น L-Tax, …

ในขั้นตอนการจัดทำข้อมูลภาษีบำรุงท้องที่เริ่มต้นจากขบวนการจัดเก็บข้อมูลจากเจ้าของแปลงที่ดิน ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุด โดยเก็บในระหว่างที่มีการยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน(ภ.บ.ท.5) ซึ่งเจ้าของที่ดินจะต้องยื่นทุก 4 ปีซึ่งจะครบกำหนดต้องยื่นในปี 2553 นี้ โดยในการยื่นแบบ ภ.บ.ท.5 ที่ถูกต้องนั้นจะต้องยื่นสำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของด้วย เพื่อตรวจสอบเอกสารว่าถูกต้องหรือไม่ และจะต้องยื่นทุกคนที่เป็นเจ้าของแปลงที่ดินในพื้นที่ไม่ว่าจะต้องเสียภาษีหรือไม่

ปัญหาการบันทึกข้อมูลทะเบียนทรัพย์สิน

ในกรณีที่จัดทำทะเบียนทรัพย์สินก่อนแผนที่ภาษี เราจะไม่ทราบรหัสทรัพย์สิน(เขต/เขตย่อย/ลำดับแปลง)ของแต่ละทรัพย์สินที่จะใช้ในการบันทึกข้อมูล แนวทางการแก้ไขคือให้จำลองรหัสขึ้นมาโดยข้ามรหัสที่จะมีการใช้งานในอนาคต เช่นถ้าเราสามารถแบ่งเขตได้เป็น 01-09 ก็ให้ข้ามรหัสดังกล่าวโดยการใช้ 11-19 แทน เป็นต้น เพื่อในอนาคตพอเราสามารถจัดทำแผนที่ได้สำเร็จ เราก็เพียงแต่แก้ไขรหัสทรัพย์สินเท่านั้น

ประโยชน์ที่ได้จากแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน

แผนที่ภาษี

  • ทำให้ทราบขอบเขตการปกครองของหน่วยงานในระดับแปลงที่ดิน
  • ทำให้ทราบทรัพย์สินที่อยู่ภายในขอบเขตปกครองของหน่วยงาน
  • ทำให้ทราบตำแหน่งที่ ตั้งของทรัพย์สินที่สนใจ(ทำเลภาษี-การประเมินภาษีที่ถูกต้อง)
  • ทำให้ทราบทรัพย์สินที่ยังมิได้ชำระภาษี

แผนที่ภาษี เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเพิ่มรายการทรัพย์สินที่ต้องชำระภาษี(เพิ่มราย ใหม่ และเพิ่มยอดภาษี)

ทะเบียนทรัพย์สิน

  • ทำให้ทราบรายละเอียดของทรัพย์สินที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของผู้มีกรรมสิทธิ์แต่ละราย
  • ทำให้ท้องถิ่นสามารถบริการรับชำระภาษีได้อย่างรวดเร็ว

ทะเบียนทรัพย์สิน เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบริการรับชำระภาษี

ไม่มีแผนที่ภาษีสามารถรับชำระภาษีได้ แต่ไม่มีทะเบียนทรัพย์สินจะไม่สามารถรับชำระภาษีได้

จัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินทำไม

หลายท่านคงสงสัยว่าเราทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินไปทำไม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะได้ประโยชน์อะไร เนื่องจากหน่วยงานบางแห่งต้องลงทุนงบประมาณจำนวนมากเพื่อจัดทำ แต่สามารถจัดเก็บภาษีได้น้อยนิดเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ลงทุนไป เดี่ยวผมจะตอบคำถามนี้ให้หลายคนได้เข้าใจมากขึ้น แล้วจะทำอย่างไรจึงจะสามารถจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินให้สามารถใช้ งานได้ และใช้งบประมาณน้อย

แผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน เป็นระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่ที่เรารู้จักกันในนาม “ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์” เนื่องจากประกอบด้วยข้อมูล 2 ประเภท คือ ข้อมูลเชิงบรรยาย(ทะเบียนทรัพย์ิสิน) และข้อมูลเชิงพื้นที่(แผนที่ภาษี) โดยที่ข้อมูลทั้งสองจะมีความสัมพันธ์กันทำให้สามารถสืบค้นข้อมูลไปมาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นระบบสารสนเทศชนิดนี้จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำไปใช้ในการตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สินที่อยู่ในข่ายชำระ ภาษี และยังมิได้ชำระ ซึ่งจะทำให้สามารถติดตามและจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งของทรัพย์สินที่สนใจ ซึ่งจะมีผลต่ออัตราภาษีที่จะนำมาใช้ในการประเมินภาษี(ทำเลภาษี/หน่วยที่ดิน) เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ส่วนกลางพยายามผลักดันให้ท้องถิ่นจัดทำระบบดังกล่าว

นอกจากนี้หน่วยงานที่จะดำเนินการจัดทำระบบดังกล่าวยังต้อง พิจารณาถึงการนำระบบดังกล่าวมาใช้งานในการบริการรับชำระภาษีได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ไม่ใช้เพียงแค่ทำให้มีระบบเท่านั้น ซึ่งผมจะกล่าวถึงในบทความต่อๆไปครับ

สิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน

แผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินจำเป็นต้อง มีข้อมูลทั้งหมด(ครบถ้วน)จึงจะสามารถใช้งานได้ใช่หรือไม่?

ตอบ ไม่ใช่ เพราะไม่มีหน่วยงานใดจะมีข้อมูลครบถ้วนเนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีการเปลี่ยน แปลงตลอดเวลา นอกนี้ถึงมีข้อมูลไม่ครบถ้วนหน่วยงานต่างๆ ก็ยังสามารถจัดเก็บภาษีได้ ดังนั้นระบบแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินสามารถทำข้อมูลไปใช้งานไปได้ แต่จะใช้ระบบดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการติดตามข้อมูลให้ครบถ้วน….

จำเป็นต้องจัดทำแผนที่ก่อนจัดทำข้อมูลทะเบียนทรัพย์สินหรือไม่?

ตอบ ไม่ เพราะถ้าเราต้องการนำระบบดังกล่าวไปใช้งานบริการรับชำระภาษีเป็นหลัก นอกจากนี้ระบบแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินก็ไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลครบถ้วน ดังนั้นข้อมูลที่จำเป็นและสำคัญที่สุดคือข้อมูลทะเบียนทรัพย์สิน เพราะถ้าไม่มีข้อมูลดังกล่าวจะไม่สามารถเก็บภาษีได้ แต่ไม่มีข้อมูลแผนที่ก็สามารถเก็บภาษีได้

แผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินคืออะไร

แผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน คือเครื่องมือที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพในรับชำระภาษีของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีเป้าหมายที่ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินภายในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับภาษี ที่จัดเก็บ และผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นๆ ที่มีหน้าที่ชำระภาษี โดยจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และครบถ้วน

  • จัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว(บริการรับ ชำระได้อย่างรวดเร็ว)
  • จัดเก็บข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน จะทำให้สามารถประเมินภาษีได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม
  • จัดเก็บข้อมูล ที่ครบถ้วน จะทำให้สามารถติดตามทรัพย์สินที่ยังไม่ได้ชำระภาษี(จัดเก็บได้เพิ่มขึ้น)

มีจุดเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2520 กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้เทศบาลทั่วประเทศจัดทำทะเบียนทรัพย์สินขึ้น เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือจัดเก็บรายได้ ติดตาม เร่งรัดภาษี แต่แนวทางปฏิบัติยังไม่มีการกำหนดแน่ชัด ต่อมาได้มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินมาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพทางด้านการคลังใน แผนแม่บทกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 3(พ.ศ.2525-2529) จึงได้มีการศึกษาและพัฒนาจนถึงปัจจุบัน

ประกอบด้วย

  • แผนที่ภาษี คือข้อมูลเชิงพื้นที่ที่แสดงรูปร่างและตำแหน่งที่ตั้งของทรัพย์สิน รวมถึงข้อมูลทางกายภาพที่แสดงถึงตำแหน่งที่ตั้งของทรัพย์สินภายในเขตปกครอง โดยมีการจัดแบ่งพื้นที่ภายในเขตปกครองออกเป็นเขต(Zone) และเขตย่อย(Block) เพื่อให้สะดวกในการจัดเก็บเอกสารและค้นหา…
  • ทะเบียนทรัพย์สิน คือการรวบรวมและจัดเก็บรายละเอียดของผู้มีกรรมสิทธิ์หรือเจ้าของ(ชื่อ ที่อยู่ และเลขที่บัตรประจำตัว) และรายละเอียดของทรัพย์สินต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษี เช่น แปลงที่ดิน(รายละเอียดเอกสารสิทธิ์ ที่ตั้ง ขนาด การใช้ประโยชน์ ทำเลที่ตั้ง) โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง(เลขที่ ที่ตั้ง ประเภทและการใช้ประโยชน์ ขนาดพื้นที่ ทำเลภาษี) ป้าย(ที่ตั้ง ประเภทข้อความ ขนาด) และรายละเอียดใบอนุญาตประกอบกิจการ เป็นต้น