คลังเก็บป้ายกำกับ: จัดเก็บภาษี

การประเมินภาษีบำรุงท้องที่

วิธีการประเมินภาษีบำรุงท้องที่ ที่ถูกต้องนั้นจะต้องพิจารณาเป็นรายแปลง ดังนี้

ที่มา คู่มือปฏิบัติงาน “การจัดเก็บภาษีอากรและค่าธรรมเนียมขององค์การบริหารส่วนตำบล” หน้าที่ 349-350

เงินเพิ่ม,ภาษีบำรุงท้องที่

ตามมาตรา 45 ของพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.2508 มีข้อความดังนี้

ให้เจ้าของที่ดินเสียเงินเพิ่มนอกจากเงินที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ในกรณีและอัตราดังต่อไปนี้

(1) ไม่ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินภายในเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสิบของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ เว้นแต่กรณีที่เจ้าของที่ดินได้ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินจะได้แจ้งให้ทราบถึงการละเว้นนั้น ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละห้าของเงินที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่

(2) ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินโดยไม่ถูกต้องทำให้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ลดน้อยลงให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสิบของภาษีบำรุงท้องที่ที่ประเมินเพิ่มเติม เว้นแต่กรณีที่เจ้าของที่ดินได้มาขอแก้ไขแบบแสดงรายการที่ดินให้ถูกต้องก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินแจ้งประเมิน

(3) ชี้แจ้งจำนวนเนื้อที่ดินไม่ถูกต้องต่อเจ้าพนักงานสำรวจ โดยทำให้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ลดน้อยลง ให้เสียเงินเพิ่มอีกหนึ่งเท่าของภาษีบำรุงท้องที่ที่ประเมินเพิ่มเติม

(4) ไม่ชำระภาษีบำรุงท้องที่ภายในเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละยี่สิบสี่ต่อปีของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน ทั้งนี้ไม่ให้นำเงินเพิ่มเติม (1) (2) หรือ (3) มาคำนวณเพื่อเสียเพิ่มตาม (4) ด้วย

 

จากมาตรา 45(1) ไม่ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินภายในเวลาที่กำหนดนั้น ได้ถูกกำหนดไว้ในมาตรา 30 มีข้อความดังนี้

แบบแสดงรายการที่ดินตามมาตรา 24 และมาตรา 29 ให้ยื่นภายในเดือนมกราคมของปีแรกที่มีการตีราคาปานกลางของที่ดินตามมาตรา 16

 

จากมาตรา 45(4) ไม่ชำระภาษีบำรุงท้องที่ภายในเวลาที่กำหนด ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้กำหนดเวลาชำระภาษีบำรุงท้องที่ไว้ในมาตรา 35 ข้อความดังนี้

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ชำระภาษีบำรุงท้องที่ภายในเดือนเมษายนของทุกปี

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ได้รับแจ้งการประเมินตามมาตรา 31 และมาตรา 32 หรือภายหลังเดือนมีนาคมตามมาตรา 33 วรรคสาม ให้ชำระภาษีบำรุงท้องที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน

 

 

ขั้นตอนการจัดเก็บภาษีป้าย

ระยะเตรียมการก่อนการจัดเก็บภาษี(ต้นเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม)
การจัดเก็บภาษีป้ายประจำปี จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมของทุกปี แต่สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานี้จะต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าหลายอย่าง ทั้งที่ต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด และเตรียมการเพื่อทำให้การจัดเก็บภาษีป้ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และจัดเก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเตรียมการก่อนการจัดเก็บภาษีป้ายควรจะเริ่มต้นอย่างช้าไม่เกินวันที่ 1 ตุลาคมของปีต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมก่อนที่จะเริ่มการจัดเก็บภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
เรื่องที่ควรเตรียมการล่วงหน้าในขั้นตอนนี้อาจมีอยู่หลายเรื่อง ขึ้นอยู่กับแนวคิดของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหรือตามที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร แต่อย่างน้อยควรจะประกอบด้วยเรื่องต่อไปนี้

  • แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมปฏิบัติงานจัดเก็บภาษีป้าย (รายละเอียดจะกล่าวถึงต่อไป)
  • ทำการประชาสัมพันธ์
  • สำรวจตรวจสอบทะเบียนผู้เสียภาษี
  • ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีป้าย และซักซ้อมการปฏิบัติ
  • เตรียมสถานที่และเอกสารที่ต้องใช้ให้พร้อม

ระยะปฏิบัติการจัดเก็บภาษีป้ายประจำปี
การจัดเก็บภาษีป้ายประจำปี เริ่มต้นจาการที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองป้าย หรือผู้ที่ต้องเสียภาษีป้ายตามกฎหมาย มายื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายต่อพนักงานหน้าที่ ต่อเนื่องไปจนถึงการชำระภาษีป้าย หรือแบบ ภ.ป.1 ในทางปฏิบัติ เจ้าของป้ายส่วนใหญ่มักจะขอชำระภาษีป้ายในวันที่มายื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย โดยขอให้เจ้าหน้าที่ประเมินและแจ้งการประเมินค่าภาษีให้ทันที เจ้าหน้าที่ และท้องถิ่นส่วนมากก็สนองความประสงค์ของประชาชนได้ตามต้องการ เพราะว่าส่วนมากเป็นป้ายที่เคยเสียภาษีมาในปีก่อนหน้านั้นแล้ว จึงไม่มีปัญหาในเรื่องประเภทของป้ายและอัตราค่าภาษี เนื่องจากเป็นป้ายเดิม
ส่วนป้ายที่มายื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครั้งแรก ก็สามารถคำนวณค่าภาษีได้ไม่ช้านัก เว้นแต่จะเป็นป้ายขนาดใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อมูลมาก่อน อาจจะขอเวลาออกไปตรวจสอบขนาดและชนิดของป้ายก่อนจะทำการประเมิน
ในกรณีที่เจ้าของป้ายมีภูมิลำเนาอยู่ต่างท้องที่ ก็อาจจะแจ้งการประเมินและชำระค่าภาษีทางไปรษณีย์ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาด้วยตนเอง
ในขั้นตอนนี้ อาจปรากฏว่ามีผู้มายื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายในวันสุดท้ายของกำหนด คือ วันที่ 31 มีนาคม การชำระค่าภาษีก็จะเป็นระยะในเดือนเมษายน หรือภายใน 15 วันนับแต่วันรับแจ้งการประเมิน

  • รับแบบแสดงรายการเกี่ยวกับป้าย (แบบ ภ.ป.1)
  • ตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ของกรอกแบบพิมพ์
  • การประเมินค่าภาษีป้าย
  • การคำนวณภาษีป้าย ตามบัญชีอัตราภาษีป้าย
  • การแจ้งการประเมิน
  • หลังจากประเมินค่าภาษีแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องแจ้งให้เจ้าของป้ายทราบเพื่อให้มาชำระเงิน ภายในเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
  • การรับชำระเงินค่าภาษีป้าย

ระยะติดตามการประเมินผลการปฏิบัติ(1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน)
เมื่อหมดเวลารับแบบแสดงรายการป้ายแล้ว (31 มีนาคมเป็นวันสุดท้าย) ก็ถึงเวลาติดตามประเมินผลการปฏิบัติ ระยะเวลาในการติดตามประเมินผลการปฏิบัติ กำหนดไว้ 3 เดือน คือ ตั้งแต่ 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน แต่ในทางที่เป็นจริงอาจจะล่วงเลยจากกำหนดนี้ก็ได้ความมุ่งหมายของการติดตามประเมินผลการปฏิบัตินี้คือ การตรวจสอบการชำระภาษีประจำปี

  • ตรวจสอบทะเบียน หรือข้อมูลป้าย หาตัวผู้ที่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีป้ายภายในกำหนด
  • การดำเนินคดีต่อผู้ที่ไม่มายื่นแบบแสดงรายการป้ายภายในกำหนดเวลา
  • ตรวจสอบการชำระภาษีของผู้รับการประเมินประจำปี
  • การเรียกเงินเพิ่มจากผู้ชำระภาษีเกินกำหนดเวลา

ระยะบังคับจัดเก็บภาษี(ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป)
การบังคับจัดเก็บภาษี หมายถึงการใช้มาตรการขั้นรุนแรง (ตามกฎหมาย) เข้าบังคับเพื่อให้ได้ค่าภาษีป้ายมาสู่ท้องถิ่น การบังคับจัดเก็บนี้จะใช้กับผู้ที่ไม่ยอมชำระค่าภาษี จะด้วยเหตุที่ไม่มีเงินชำระ หรือเป็นการดื้อแพ่งโดยไม่มีเหตุผลก็ตามที
การบังคับจัดเก็บที่ว่านี้ คือ การยึดอายัดทรัพย์สินของผู้ค้างชำระภาษีมาขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ได้มาเป็นค่าภาษี เงินเพิ่ม เงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินการยึดทรัพย์และขายทอดตลาด ถ้ามีเงินเหลือก็คืนให้กับเจ้าของไป

  • ตรวจสอบทะเบียน ข้อมูล หรือรายชื่อผู้ค้างชำระภาษี
  • ทำหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระภาษี
  • การยึดอายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ขั้นตอนการจัดทำค่าเช่ามาตรฐานกลาง

  • จัดทำคำสั่งท้องถิ่น เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการประเมินค่ารายปีและคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่
  • ทำบันทึกเพื่อออกหนังสือเชิญประชุมการกำหนดราคาค่าเช่าและราคามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตร

  • หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0307/ว2393 เรื่อง ซักซ้อมแนวทางการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน และการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 10 กันยายน 2536 (download)
  • หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.3/ว2417 เรื่อง ซักซ้อมแนวทางการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน ลงวันที่  27 พฤศจิกายน 2550 (download)
  • ขอเชิญประชุมการกำหนดราคาค่าเช่าและราคามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตร(ปรับปรุง)
  • จัดทำระเบียบวาระการประชุม

  • ตัวอย่างระเบียบวาระการประชุม (download) หรือ (download)
  • จัดทำรายงานการประชุม และรับรองการประชุม

  • ตัวอย่างรายงานการประชุมการกำหนดหลักเกณฑ์ราคาค่าเช่ามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตร (download) หรือ (download)
  • ประกาศราคาค่าเช่าและราคามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตร

ขั้นตอนการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่

ขั้นตอนการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่

  1. การเตรียมการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่
  2. การสำรวจที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่
  3. ประกาศให้เจ้าของที่ดินยื่นแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่
  4. การประเมินภาษีบำรุงท้องที่
  5. การแจ้งประเมินภาษีบำรุงท้องที่
  6. การชำระภาษีบำรุงท้องที่
  7. การขอรับภาษีบำรุงท้องที่คืน
  8. การเร่งรัดจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ที่ค้างชำระ
  9. การอุทธรณ์ภาษีบำรุงท้องที่
  10. บทกำหนดโทษเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีบำรุงท้องที่

จะกล่าวถึงรายละเอียดในหัวข้อถัดไปนะครับ…..

ขั้นตอนการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและดิน

ขั้นตอนการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและดิน

  1. การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และพนักงานเก็บภาษี
  2. การยื่นแบบพิมพ์เพื่อแจ้งรายการทรัพย์สิน(ภ.ร.ด.2)
  3. การรับและการตรวจแบบแจ้งรายการทรัพย์สิน(ภ.ร.ด.2)
  4. แนวทางการคำนวณค่ารายปี และการประเมินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน
  5. การแจ้งประเมินภาษี( ภ.ร.ด.8 )
  6. การร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ หรือการร้องขอให้ยกเว้น ขอลดค่าภาษี
  7. การพิจารณาตามการร้องขอในข้อ 6.
  8. การดำเนินคดีอาญา และอายุความ
  9. การประเมินค่ารายปี กรณีเจ้าของทรัพย์สินไม่ยื่นแบบภ.ร.ด.2
  10. การเก็บภาษีและบังคับคดีตามกฎหมาย
  11. การบริหารการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน

จะกล่าวถึงรายละเอียดในหัวข้อถัดไปนะครับ…..